เตือนในช่วงฤดูหนาวให้ระวังเป็นโรคปอดบวม

สสจ.ปากน้ำ เตือนในช่วงฤดูหนาวให้ระวังผู้สูงอายุและเด็กป่วยเป็นโรคปอดบวม นายแพทย์พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว เตือนให้ระวังกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ป่วยเป็นโรคปอดบวมเนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนปกติ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 มีผู้ป่วยโรคปอดบวม จำนวน 245,211 ราย เสียชีวิต จำนวน 360 ราย

ในส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2559 มีผู้ป่วยโรคปอดบวม จำนวน 2,865 ราย ซึ่งโรคปอดบวมเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด มักเกิดแทรกซ้อนตามหลังโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ไตวาย เป็นต้น โรคปอดบวมเป็นโรคแทรกซ้อนหลังป่วยไข้หวัดประมาณ 3 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ น้ำมูกเปลี่ยนสีจาก สีเหลืองเป็นสีเขียวข้น เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบง่าย เด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจจะมีอาการเหล่านี้ไม่ชัดเจนหรือไม่ครบทุกอย่าง จึงควรให้ความสนใจมากกว่าปกติ เช่น ในผู้สูงอายุอาจจะมีไข้ และอาการซึมลง ส่วนในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี จะมีไข้สูง ซึม ไม่ดื่มน้ำหรือนม หายใจหอบเร็วหรือหายใจมีเสียงดังหวีดหรือหายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากกรณีติดเชื้อรุนแรงหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างทันทีอาจทำเสียชีวิตได้ แนะนำวิธีป้องกันโรค ได้แก่ การรักษาร่างกายให้อบอุ่น รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุรา ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือบ่อยๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่คลุกคลีหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงอยู่ในที่ชุมชนแออัด การดูแลเมื่อเจ็บป่วยนอนพักมากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เวลาไอ จาม ใช้ผ้าปิดจมูกปาก และถ้าตัวร้อนมากรับประทานยาลดไข้ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็คตัว ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หากอาการไม่ดีขึ้น ไข้สูงเกิน 2 วัน ไอมาก น้ำมูกเปลี่ยนสีเขียวข้น หายใจหอบ ให้รีบพบแพทย์ทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Close Menu